จนท.เสี่ยงตาย เร่งดับไฟป่าบนเนินสี่ร้อยเขตแดนไทย-กัมพูชา พบมีกับระเบิดจำนวนมาก

หน.อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้วพร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าลงควบคุมไฟป่าที่ชายแดนบ้านมะม่วง พบยังมีความเสี่ยง หลังไฟยังติดในพื้นที่ภายในที่มีกับระเบิด

หลังจากเกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านตรวจข้ามบ้านมะม่วง ต.นนทรีย์ อ.บ่อไร่ จ.ตราดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 และไหม้ลุกลามเข้ามาในพื้นที่จุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง และหน้ากองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 551 บ้านมะม่วง ทำให้มีกลุ่มควันปกคลุมทั่วพื้นที่ และไม่สามารถควบคุมได้ และทำให้อบต.นนทรีย์ ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันอันตรายนั้น

เวลา 11.00 น.วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 นายประมวล รัตนวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว นายชาตรี หาญพัฒน์ หน.สถานีควบคุมไฟป่าน้ำตกคลองแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่า และเจ้าหน้าที่อุทยานฯคลองแก้วจำนวน 15 คน ร่วมโดยมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินที่ 551 ติดตาม เพื่อเข้าไปติดตามสถานการณ์และดับเพลิงที่ยังลุกไหม้ภายในป่าไม้ข้างทาง

โดยในพื้นที่เกิดเหตุห่างจากพื้นที่ชายแดนเพียง 400 เมตร โดยที่บริเวณข้างทางพบกอไผ่ขนาดใหญ่ถูกเพลิงไหม้อย่างรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา และเช้านี้ยังมีไฟลุกไหม้บางจุดโดยเฉพาะในพื้นที่ภายในป่า และมีเสียงดังคล้ายระเบิดที่เกิดจากการที่ต้นไผ่ระเบิดจากการถูกไฟไหม้ และเสียงระเบิดจากกับระเบิดที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าได้เข้าไปดับเพลิงบริเวณกอไผ่ที่ยังลุกไหม้เพื่อดับเชื้อเพลิงที่ยังไม่มอดและยังมีเชื้ออยู่เพื่อป้องกันการลุกลามและตัดต้นกอไผ่ที่กีดขวางทางออกได้ทั้งหมด

นายประมวล กล่าวว่า ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นลุกลามมาจากพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้งลุกลามเข้ามาป่าพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ซึ่งในช่วงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ช่วงบ่ายเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงและติดต่อกันจนถึงเช้าวันนี้ ได้เริ่มลดลง แต่ยังมีเชื้อติดอยู่ในป่า ซึ่งมีพื้นที่เสียหายที่ประมาณไว้ในเบื้องต้น 10 กว่าไร่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ไผ่ และไม้ที่ไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้มีแนวโน้มจะลุกลามเข้าไปในป่าสมบูรณ์ได้ เพราะระยะนี้จะมีลมมรสุมเกิดขึ้น และจะมีลมที่พัดผ่านและจะเป็นตัวเร่งให้เกิดไฟป่าเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำทางกันไฟไว้แล้วที่มีเพื่อนที่เสียง

ล่าสุด สถานการณ์ไหม้ป่าในพื้นที่ไฟไหม้ป่าสงบลงแล้ว แต่ยังทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ และพร้อมที่จะลุกโชนอีกครั้ง เพราะยังมีเชื้อที่ยังไม่สงบอยู่

ทั้งนี้ ยังมีพื้นที่ไฟไหม้ในพื้นที่แนวชายแดนตลอดไทยกัมพูชาด้าน จ.ตราด ตั้งแต่อำเภอบ่อไร่ ถึง อ.เมืองตราดและในตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ทำให้เกิดกลุ่มควันปกคลุมในพื้นที่ชายแดนของ จ.ตราดตลอดแนวแต่ยังไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา