ยาเขียว-เหลือง โผล่ตราดหลังหายไปเกือบปี ล่าสุดโจ๋ 21 ปี ลอบขายให้วัยรุ่น

ยาเขียว-เหลือง โผล่ตราดอีก หลังหายไปเกือบปี ล่าสุดตำรวจ,ฝ่ายปกครองจับวัยรุ่นลอบขาย พร้อมยึดยาทรามาดอล 1,028 เม็ด ผู้ต้องหายอมรับลอบขายนายเกือบ 1 ปี เพิ่งถูกจับครั้งแรก

เวลา 14.00 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 นายพีระ เอี่ยมสุนทร นายอำเภอเมืองตราด พ.ต.อ.ชวลิต สุธรรมมาจารย์ ผกก.สภ.เมืองตราด นายนณภ์ไสว (นนท-ไสว) ภู่ทนิน กำนันตำบลวังกระแจะ ผู้ใหญ่บ้าน และสาธารณสุขจังหวัดตราด ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายภานุพงศ์ พานทอง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 918/21 ม.9 ถนนเนินตาแมว ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด ผู้ต้องหาลักลอบขายยาทรามาดอล(ยาเขียว-เหลือง) พร้อมของกลางยาทรามาดอล จำนวน 1,028 เม็ด ยาแก้ไอ 6 ขวด

นายพีระ เอี่ยมสุนทร เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีพลเมืองดี แจ้งมายังตำรวจภูธรเมืองตราด มีวันรุ่นมั่วสุมภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งตำบลวังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด จึงได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตราด ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองตราด สาธารณสุขจังหวัดตราด กำนันและผู้ใหญ่บ้าน กว่า 10 นาย เดินทางไปยังร้านเป้าหมาย

เมื่อไปถึงร้านแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าจับกุม ระหว่างนั้นนายภานุพงศ์ กำลังแบ่งยาใส่ซองพลาสติกใสอยู่ จึงได้จับกุมพร้อมยึดของกลางทั้งยาทรามาดอล  ซองพลาสติกใส กระปุกยาจำนวน 2 กระปุก กล่องพัสดุไปรษณีย์ จำนวน 2 กล่อง ไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันได้จับวัยรุ่นอีก 2 คน ที่เดินทางมาติดต่อซื้อยาทรามาดอลกับนายภานุพงศ์ อีกด้วย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้ง 3 คน มาบันทึกจับกุมที่ สภ.เมืองตราด โดยนายภานุพงศ์ พานทอง  ถูกดำเนินคดีในข้อหา “จำหน่ายยาที่ไม่ได้รับอนุญาตตาม พรบ.สาธารณสุข” โดยผู้จำหน่ายเหล่านี้จะต้องได้รับคำสั่งจากแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ส่วนอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประวัติไว้เป็นหลักฐานพร้อมเรียกผู้ปกครองมาตักเตือน เนื่องจากไม่มีกฎหมายเอาผิดในเรื่องการกินยาทรามาดอล

ส่วนนายภานุพงศ์ ยอมรับว่า ได้สั่งยาทรามาดอล มาจากทางอินเตอร์เน็ต โดยต้นทางจะไม่ระบุที่อยู่ชัดเจน และซื้อยาทรามาดอล กระปุกละ 1,750 บาท มีจำนวน 500 บาท และนำมาแบ่งขายใส่ซองพลาสติกใสถุง 10 บาท ขายต่อราคา 80 บาท ส่วนยาแก้ไอขายในราคา 60 บาท และลักลอบขายมานานเกือบ 1 ปี  โดยมีลูกค้าเป็นกลุ่มเพื่อนและวัยรุ่นในพื้นที่ 

สำหรับยาทรามาดอล เป็นยาแก้ปวดที่ใช้รักษาอาการปวดระดับปานกลางถึงขั้นรุนแรง โดยแพทย์จะสั่งจ่ายให้กับผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง ที่ไม่สามารถบรรเทาอาการปวดได้จากการใช้ยาแก้ปวดจำพวกพาราเซตามอล หรืออื่นๆทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์กดการทำงานของประสาท และมีผลทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข คล้ายกันกับการใช้ยามอร์ฟีน แต่มีความแรงน้อยกว่ามอร์ฟีนประมาณ 10 เท่า ด้วยความรุนแรงที่น้อยกว่า ถึงทำให้ยาทรามาดอล ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของยาเสพติดให้โทษเหมือนมอร์ฟีน และยังสามารถจำหน่ายตามร้านขายยาได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ.2561-62 จังหวัดตราด มีการลักลอบจำหน่ายยาทรามาดอล ให้กับนักเรียนและวัยรุ่นจำนวนมาก ทั่วจังหวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ได้ปราบปรามการลักลอบขายยาทรามาดอลมาตลอด จนลดลงน้อย กระทั่งวันนี้ ได้จับกุมผู้ต้องหารายล่าสุดได้