จาก 80,000 จบที่ 400 บาท กระบือย่ำสวน ศูนย์ดำรงธรรมตราด ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสองฝ่าย

จาก 80,000 จบที่ 400 !! กระบือย่ำสวน ศูนย์ดำรงธรรม จ.ตราด,ปกครองบ่อไร่ ,ยุติธรรม จ.ตราด,เกษตรบ่อไร่ ลุยน้ำ ลุยป่า ตรวจสอบข้อพิพาทคู่กรณี สุดท้ายแฮปปี้ทั้งสองฝ่าย ยุติข้อพิพาทระหว่างกัน

เวลา 12.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 นายบุญมาก อุ่นสมฤทธิ์ ปลัดอำเภอบ่อไร่ นายพิทักษ์ สังฆเวช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านทับทิมสยาม 01 ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด นายขจรศักดิ์ สังข์แสง เจ้าพนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายปรีชาพล บุญพรม นิติกร สำนักงานยุติธรรมจังหวัดตราด นายคงกระพัน พาเจริญ นิติกร ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด และเจ้าหน้าที่ พร้อมนายเติม เสียงประเสริฐ ผู้เสียหายจากกระบือเข้าไปทำลายสวนผลไม้จนเสียหาย เดินทางเข้าพบนางสมพร นิคมทัศน์ คู่กรณี เพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้น

            หลังจากพูดคุยเรื่องสาเหตุที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นแล้ว ทราบว่า นางสมพร เป็นประธานกลุ่มผู้เลี้ยงโค กระบือ บ้านทับทิมสยาม 01 มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 โดยได้กระบือมา 6 ตัว จากการไถ่ชีวิตโค กระบือ ในวันที่ 5 ธันวาคม และได้แจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่มได้เลี้ยงกัน และเมื่อกระบือ เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น นางสมพร ได้ย้ายกระบือทั้งหมดไปเลี้ยงริมอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง จนปัจจุบันมีกระบือทั้งหมด 32 ตัว

กระทั่งปี 2561 นายเติม  ได้เข้ามาถางป่า ปลูกกล้วย ปลูกทุเรียน บริเวณที่ฝูงกระบือเคยเข้ามาหาอาหารกิน ก่อนที่นางสมพร จะย้ายกระบือไปเลี้ยงที่อื่น พร้อมทั้งทำคอกสำหรับให้กระบือนอนในช่วงเวลากลางคืน ส่วนช่วงเช้าจะปล่อยให้ออกมาเดินเล่นอยู่นอกคอก

นางสมพร กล่าวว่า ปัญหากระบือเข้าไปทำลายพื้นสวนของนายเติมนั้น ตนเองเคยชดใช้ความเสียหายมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2562 หลังกระบือเข้าไปทำลายสวนผลไม้ ครั้งนั้นชดใช้เงินไปจำนวน 4,000 บาท แต่ล่าสุดครั้งนี้ ยอมรับว่ากระบือทำลายคอกและเดินมาที่สวนนายเติม ซึ่งเป็นพื้นเดิมที่กระบือฝูงนี้เคยเข้ามาหาอาหารกิน และเมื่อรู้ว่ากระบือได้เข้ามาที่สวนจนทำลายสวนเสียหาย วันรุ่งขึ้นก็รีบมาดูความเสียหาย เพื่อที่จะชดใช้ความเสียหาย แต่ก็ไม่ทัน เพราะนายเติมเข้าแจ้งความและร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมบ่อไร่แล้ว

“ต่อมาศูนย์ดำรงธรรมได้เรียกเข้าไปไกล่เกลี่ยความเสียหายเบื้องต้น ตนเองก็ยอมรับจ่ายเงินชดใช้ความเสียหายเป็นเงิน 1,000 บาท แต่ไม่ใช่ 80,000 บาท ตามที่นายเติมเรียกร้อง เพราะตนเองเองเห็นแล้วว่า ทั้งต้นทุเรียน ต้นกล้วย และพืชอื่น ๆ ไม่ได้เสียหายมากตามที่นายเติมไปแจ้งไว้ แต่ปรากฏว่านายเติมไม่พอใจเงิน 1,000 บาท ที่ชดใช้”  นางสมพร กล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางไปยังสวนนายเติม ทั้งขับรถเข้าป่า นั่งเรือข้ามคลอง ข้ามน้ำเพื่อดูร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นล่าสุด พบนายอนุศิษฐ์ เสียงประเสริฐ ลูกชายนายเติม และได้พาเจ้าหน้าที่ดูความเสียหาย มี ต้นกล้วยกว่า 10 ต้น เสียหาย และต้นทุเรียนอายุ 4-5 เดือน เสียหายจำนวน 4 ต้น และพบมูลกระบือทั่วสวนผลไม้ ระหว่างที่เดินสำรวจความเสียหาย ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงมีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ได้ข้อยุติร่วมกันทั้งสองฝ่าย

ซึ่งนางสมพร พร้อมชดใช้ความเสียตามจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น และยอมรับว่า เหตุที่เกิดขึ้นล่าสุดนั้นมาจากเหตุสุดวิสัยจริง ๆ และไม่เคยคิดที่จะพากระบือมาทำลายพืชสวนของนายเติม ขณะที่นายอนุศิษฐ์ ขอแค่ให้นางสมพร ชดใช้พันธุ์ทุเรียนที่เสียหายจำนวน 4 ต้น ก็พอเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 400 บาท ส่วนต้นกล้วยไม่ต้อง เพราะกอกล้วยยังอยู่ เดี๋ยวต้นกล้วยขึ้นมาใหม่ได้

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่ายเพื่อเป็นหลักฐาน และหากกระบือนางสมพร เข้ามาในพื้นที่นายเติมและสร้างความเสียหายอีก นางสมพรต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น ยุติข้อพิพาทของทั้งสองฝ่ายที่เกิดขึ้นมานาน 2 เดือน