หลานเขยเมาบุกบ้านลุง ลูกชายป้องพ่อถือปืนขู่ไล่ให้กลับบ้าน แต่กลับแย่งปืน!

หลานเขยเมาหนักบุกบ้านลุง อาละวาดทำร้ายร่างกาย ลูกชายปกป้องพ่อถือปืนขู่ไล่ให้กลับบ้าน สุดท้ายลูก-หลานชกต่อยแย่งปืนกันอลหม่าน เจ็บรวม 3 ราย ลุงเผยหลานก่อเรื่องเพราะน้ำเมา

            เวลา 21.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่บ้านเลขที่ 7 ต.บางพระ อ.เมือง จ.ตราด พ.ต.ท.กฤตภาส จำเนียรกุล สวป.สภ.เมืองตราด พร้อมกำลังตำรวจและอาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด เดินทางเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย และมีอาวุธปืนในการก่อเหตุ

            โดยในที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักที่อยู่ในชุมชนบ้านล่าง มีชาวบ้านออกมาดูเหตุการณ์กันจำนวนมาก โดยบ้านที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าอาหารตามสั่ง พบนายพรชัย คำแสงราช หรือ นัด อายุ  28 ปี พนักงานอบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดตราด ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม พร้อมอาวุธ 11 มม. จำนวน 1 กระบอก โดยนายนัด มีบาดแผลแตกที่ศีรษะเสียเลือดจำนวนมาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลตราด

นอกจากนี้ภรรยานายนัด ชื่อนางสาวสุนิสา รมยานนท์ หรือ เอ๋ อายุ 46 ปี ได้บาดเจ็บเช่นกันมีรอยคล้ายถูกของมีดฟันที่หลัง อีกรายคือนายสุริยา รมยานนท์ หรือ ท็อป อายุ 33 ปี บาดเจ็บที่ตาขวา และแผลตามร่างกาย

          นายสาธุ รมยานนท์ พ่อนายท็อป กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นายนัด ซึ่งเป็นหลานเขย ดื่มเหล้าจนเกิดความเมาและเดินเข้ามาในบ้านตนเอง เข้ามาหาเรื่องต่อว่า ซึ่งเป็นแบบนี้เกือบทุกวัน และวันนี้ได้ไล่ให้หลานเขยออกจากบ้าน แต่กลับไม่ออกไป แถมจะทำร้ายร่างกายอีก กระทั่งลูกชายกลับมาถึงพอดี ก่อนจะมีปากเสียงกัน จนเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น

  นายสาธุ ยังกล่าวต่อว่า นายนัด หากไม่ดื่มเหล้า จะไม่ใช่เป็นคนแบบนี้เลย แต่พอกินเหล้าแล้วเมาเมื่อไร ก็จะเข้ามาก่อกวนเป็นประจำ แต่ก็ยอมรับว่า ทั้งตนเองและนายนัด เคยมีปัญหาทะเลาะกันมาตลอด

            ขณะที่นายสุริยา กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาถึงบ้านพอดี เห็นนายนัดเข้ามาถึงบ้านมาก่อกวน จึงได้สอบถามทำไมถึงเข้ามาในบ้าน ก่อนที่จะมีเกิดการชกต่อยขึ้นจนบาดเจ็บ ส่วนปืนนั้นตนเองเอามาแค่ขู่นายนัดเท่านั้น แต่จังหวะที่เกิดการชกต่อยกัน นายนัดพยายามแย่งปืนจากตนเอง สุดท้ายนายนัดแย่งปืนไปได้ ตนเองและเพื่อนบ้านก็เข้ามาช่วยล็อกตัว เพื่อไม่ให้นายหนีไปได้ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนปืน 11มม. ของตนเองนั้น เป็นปืนขึ้นทะเบียนถูกต้องกฎหมาย

            อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี่มีผู้บาดเจ็บรวมทั้งหมด 3 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำผู้บาดเจ็บและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อสรุปคดีต่อไป