ผู้ว่าฯตราด มอบนโยบายฝ่ายปกครองปราบอบายมุขทุกรูปแบบ โดยเฉพาะหวยใต้ดิน

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดมอบนโยบายให้นายอำเภอ 2 แห่ง อ.เมือง และ อ.แหลมงอบ ขอให้เร่งรัดการทำโครงการประจำ,พร้อมควบคุมยาเสพติด,จี้ตำรวจ,ปกครองลดอบายมุขทั้งการพนันต้องไม่มี,บุหรี่,เหล้าต้องลด โดยเฉพาะหวยใต้ดิน

หลังจากนายภิญโญ ประกอบผล ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดเดินทางมารับตำแหน่งใหม่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 แล้ว ในวันนี้(ช่วงเช้า,และช่วงบ่าย)เดินทางไปมอบนโยบายและรับทราบปัญหาในพื้นที่ อ.เมืองตราด และ อ.แหลมงอบ

ที่ อ.เมืองตราด,นายพีระ เอี่ยมโสภณ นายอำเภอเมืองตราด และส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมต้องรับและรับมอบนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ,และที่อำเภอแหลมงอบ นายแป้น ฉันท์เพชร นายอำเภอแหลมงอบ ได้นำส่วนราชการ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้การต้อนรับ

นายภิญโญ กล่าวว่า จากาการที่ได้ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดตราดพบว่า จีดีพีของจังหวัดตราดมีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อปี และมีรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 2.6 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยเศรษฐกิจของจังหวัดตราดต้องพึ่งพารายได้จากภาคเกษตรกรรมโดยเฉพาะผลไม้และภาคการประมง

ซึ่งในปัจจุบัน ราคาพืชผลทางการเกษตรมีเพียงทุเรียนและมังคุด ที่มีราคาดี แต่ในขณะที่ภาคประมงยังมีปัญหาในหลายด้าน จึงจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะความเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดตราด จะผลักดันไม่ให้ลดต่ำลง ซึ่งจังหวัดตราดเองก็เป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับกัมพูชา จึงต้องเน้นการแก้ปัญหาทางด้านยาเสพติด และการค้าที่ผิดกฎหมายด้วย

“สิ่งที่อยากเห็นจังหวัดตราดไม่มีปัญหาในด้านของอบายมุขเกิดขึ้น โดยเฉพาะการพนันทุกชนิด รวมทั้งการพนันออนไลน์ที่มีความเติบโต และมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน สิ่งที่เป็นห่วงก็คือการเล่นหวยใต้ดิน ซึ่งวันนี้กลุ่มเป้าหมายกลายเป็นคนในระดับรากหญ้า

ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จึงจำเป็นจะต้องป้องกันไม่ให้มีการค้าขายหวยใต้ดิน จึงต้องฝากนายอำเภอ ผู้กำกับ ในแต่ละพื้นที่รวมทั้งฝ่ายทหารจะต้องเร่งในการปราบปรามอย่างเร่งด่วน เมื่อวานนี้หวยออกเลขท้าย 59 ซึ่งหากจะถูกเลขท้าย 59 จะต้องซื้อถึง 100 ครั้ง หรือถ้าจะถูกเลขท้าย 3 ตัวจะต้องซื้อถึง 1,000 ครั้ง ซึ่งถือว่าถูกยากมาก

ส่วนสิ่งฟุ่มเฟือยอีกประเภทก็คือ บุหรี่และเหล้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงขึ้น ซึ่งหากทั้งหวย บุหรี่ และเหล้า หากลด ละเลิกได้ จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายอย่างน้อยเดือนละ 2,000 บาท ซึ่งเราไม่จำเป็นจะต้อง ไปหารายได้เพิ่ม แต่หากลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น”

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ยังกล่าวเพิ่มอีกว่าในส่วนโครงการของจังหวัดในแต่ละโครงการโดยเฉพาะงบประมาณ งบกลุ่มจังหวัด ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบขอให้มีการดำเนินการเร่งรัดเบิกจ่ายให้รวดเร็ว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ นอกจากนี้ปัญหาอีกด้านที่อยากจะฝากและขอให้ดูแลเป็นกรณีพิเศษก็คือ ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดตราดแม้จะมีพื้นที่ติดกับชายแดน แต่ข่าวคราวการระบาดของยาเสพติดไม่ค่อยได้ยินมากนัก ซึ่งอาจจะมีเหตุผลหลายด้าน แต่การที่จังหวัดตราดมีพื้นที่ชายแดนทางทะเลติดกับประเทศเพื่อนบ้านจึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น”

สำหรับการเดินทางมอบนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดตราดคนใหม่จะเดินทางไปครบทุกอำเภอรวม 7 อำเภอโดยวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563 จะเดินทางไปยังอำเภอเขาสมิง และ อำเภอบ่อไร่ วันที่ 6 ตุลาคม จะเดินทางไปยังอำเภอคลองใหญ่