ค้นบ้านผู้ต้องหา “ออมทองแม่นิ้ม” เจอหลักฐานสำคัญชิ้นเดียว

ชุดสืบสวน สภ.เมืองตราด นำหมายค้นศาลจ.ตราด ค้นบ้านผู้ต้องหา คดี “ออมทองแม่มิ้น” พบเพียงสมุดเล่มเดียวจดรายชื่อลูกบ้าน คาดผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ย้ายทรัพย์สินมีค่าออกจากบ้านก่อนเกิดเรื่อง

เวลา 15.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2563 พ.ต.ท.วุฒิชัย เหล่าบุตรศรี หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตราด สั่งการให้ชุดสืบสวนสภ.เมืองตราด นำหมายศาลจังหวัดตราด ตรวจค้นบ้านเลขที่ 56/2 ม.8 ถนนเนินตาแมว ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งเป็นบ้านของนายประดิษฐ์ มัดรอ อายุ 52 ปี และเป็นพ่อนายอนุชา มัดรอ หรือฟาฮัด อายุ 25 ปี และนางสาวเกาลิน ประมาณผล หรือ มิ้น อายุ 23 ปี แฟนนายอนุชา ที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าบ้านหลังนี้ถูกปิดเงียบ มีรถยนต์จอดไว้เพียงคันเดียว ไม่พบตัวนายอนุชา และนางสาวเกาลิน  พบเพียงนายประดิษฐ์ เท่านั้น ก่อนที่นายประดิษฐ์ จะเปิดประตูบ้านให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้น และระหว่างที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีผู้เสียหายกว่า 20 คน เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์และเกาะติดการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดอยู่หน้าบ้าน ส่วนญาติพี่น้องนายอนุชา มัดรอ ได้ทยอยเดินทางมาร่วมติดตามการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ มีสีหน้าที่เคร่งเครียดกับเรื่องที่เกิดเหตุขึ้น

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ใช้เวลาตรวจค้นอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง พบเพียงสมุดจดรายชื่อลูกบ้านออมทองมากว่า 100 รายชื่อ พร้อมยอดเงิน ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง นอกจากนี้ยังยึดซองใส่ทองได้จำนวนหนึ่ง ส่วนสมุดบัญชีและทรัพย์สินมีค่าของผู้ต้องหานั้น ไม่พบ ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาขนย้ายทรัพย์สินและสมุดบัญชีออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว จากนั้นได้นำหลักฐานที่ยึดได้ทั้งหมด ส่งมอบให้กับร้อยเวรเจ้าขอคดีเพื่อรวบรวมไว้เป็นสำนวนคดีต่อไป

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า บ้านหลังนี้เป็นของตนเอง โดยมีลูกชายพักอาศัยอยู่ด้วย ส่วนตนเองจะลงไปทำงานที่เกาะช้าง จะกลับบ้านมาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ส่วนใหญ่ลูกชายจะเป็นผู้พักอาศัยบ้านหลังนี้ และเมื่อ 1 ปี ที่ผ่านมา ลูกชายได้พามิ้นแฟนสาวเข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วย และทั้งคู่ก็เริ่มทำบ้านออมทอง ซึ่งตอนนั้นตนเองได้เตือนทุกคนแล้ว ในเรื่องนี้ให้ระวัง

กระทั่งมาเกิดเรื่องมีผู้เสียหายมากมาย และญาติพี่น้องก็เสียหายด้วยเช่นกัน ซึ่งตนเองหลังเกิดเรื่องตนเองก็ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้อีกเรื่อง แต่อยากจะบอกลูกชายว่า ให้เข้ามามอบตัวให้เร็วที่สุด และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว

ขณะที่ล่าสุดเย็นนี้(16.00 น. วัน21 สิงหาคม 2563) มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้ว 104 ราย มูลค่าความเสียหายทะลุ 40 ล้านบาท