Ultimate magazine theme for WordPress.

ธ.เอสเอ็มอี เอาที่ดินลูกค้าที่ปิดบัญชีแล้ว ไปขายทอดตลาด

2,703

เจ้าของที่ดินสุดงง! ธนาคาร SME เอาที่ดินที่ปิดบัญชีไปขายทอดตลาด วอนธนาคารจริงใจในการแก้ไขปัญหา เพราะที่ดินผืนนี้ตั้งใจจะมอบให้ลูกในอนาคต

ว่าที่ ร.ท.พิพัฒน์ ตรีรัตน์ฤดี ข้าราชการจังหวัดตราด ผู้รับมอบหมายจาก นายนุกูล กองทรัพย์ ข้าราชการจังหวัดตราด พาผู้สื่อข่าวดูที่ดินว่างเปล่าเลขที่โฉนด 2925 เนื้อที่ 1 งาน 29 ตารางวา ที่ติดกับถนนสายช้างทูน-บ่อไร่ ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด ที่ถูกธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME) ยึดไปแล้วขายทอดตลาด จนได้ผู้ชนะประมูลในราคา 235,000 บาท เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564

ซึ่งที่ดินว่างป่าวดังกล่าวอดีตเป็นของนายนุกุล กองทรัพย์ โดย ว่าที่ ร.ท.พิพัฒน์ ตรีรัตน์ฤดี เล่าที่มาของเรื่องนี้ว่าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2554 นายนุกูล กองทรัพย์ ได้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับ น.ส.เอ (นามสมมติ) กับทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย จำนวนเงินต้น 150,000 บาท

ต่อมาผู้กู้ได้ขาดการชำระเงินสินเชื่อซึ่งทั้งธนาคารฯ และนายนุกูล กองทรัพย์ ไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) ได้ จึงทำให้ธนาคารฯ ได้บอกยกเลิกสัญญาการกู้ฯ และอายัดที่ดินว่างเปล่าดังกล่าวเพื่อให้สำนักงานบังคับคดี จ.ตราด ดำเนินการขาดทอดตลาด ต่อไป

ในวันที่ 16 เมษายน 2564 นายนุกูล กองทรัพย์ ได้ดำเนินการชำระเงินครบถ้วนตามที่ธนาคารฯ แจ้งหนี้ดังกล่าว เพื่อปิดบัญชี ณ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME) สาขาตราด และรอให้เจ้าหน้าที่ๆ เกี่ยวข้องของธนาคารฯ ดำเนินการทำเรื่องถอนที่ดินดังกล่าวจากสำนักงานบังคับคดี จ.ตราด เพื่อคืนให้กับทางนายนุกูล กองทรัพย์

แต่ปรากฎว่า สำนักงานบังคับคดี จ.ตราด ได้ดำเนินการประกาศขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว โดยนัดที่ 1 (20 เมษายน 2564) นัดที่ 2 (11 พฤษภาคม 2564) นัดที่ 3 (1 มิถุนายน 2564) ซึ่งทั้ง 3 นัด ได้ถูกเลื่อนการดำเนินการออกไปเนื่องจากติดสถานการณ์โรคโควิด-19

และได้ดำเนินการขายทอดตลาดอีกครั้งเป็นนัดที่ 4 (22 มิถุนายน 2564) ซึ่ง น.ส.บี (นามสมมติ) เป็นผู้ชนะการประมูลเป็นจำนวนเงิน 235,000 บาท โดยที่นายนุกูล กองทรัพย์ ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน เนื่องจากเข้าใจว่าตนได้ดำเนินการชำระเงินเพื่อปิดบัญชีครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และรอทางธนาคารฯ ดำเนินการถอนที่ดินดังกล่าวจากสำนักงานบังคับคดี จ.ตราด เพื่อมาคืนให้กับตนเอง

ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2564 นายนุกูล กองทรัพย์ ได้ทราบเรื่องจากชาวบ้านที่อาศัยใกล้เคียงกับที่ดินของตนว่ามีบุคคลเข้าไปปรับปรุงพัฒนาที่ดิน จึงดำเนินการเสาะหาข้อเท็จจริงจนทราบว่า น.ส.บี (นามสมมติ) เป็นผู้ชนะการประมูลจากการขายทอดตลาดของ สำนักงานบังคับคดี จ.ตราด

ทำให้นายนุกูล กองทรัพย์ ติดต่อสอบถามไปทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME) สำนักงานใหญ่ เพราะเกิดความสงสัยถึงขบวนการทำงานของธนาคารฯ ที่ปล่อยให้เกิดความผิดพลาดแบบนี้ได้อย่างไร

ปรากฎว่าผู้เกี่ยวข้องของธนาคารฯ ได้ให้ทนายความ (เอาท์ซอร์ส) ของธนาคารฯ มาทำหน้าที่ทนายความให้ นายนุกูล กองทรัพย์ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าว โดยนัดไต่สอนคำร้องฯ ครั้งที่ 1 (29 พฤศจิกายน 2564) ครั้งที่ 2 (19 มกราคม 2565) ทั้งนี้ ศาล จ.ตราด ได้พิจารณายกคำร้องฯ โดยให้เหตุผลว่าสำนักงานบังคับคดี จ.ตราด และ น.ส.บี (นามสมมติ) ดำนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย

ว่าที่ ร.ท.พิพัฒน์ ตรีรัตน์ฤดี กล่าวว่า นายนุกูล กองทรัพย์ อยากจะเรียกร้องให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะจากที่ผ่านมาทางธนาคารฯ ได้โทรศัพท์มาเจรจาในลักษณะซื้อเวลาเท่านั้น

อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารฯ ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าจะรีบดำเนินการแถลงต่อสำนักงานบังคับคดี จ.ตราด เพื่อนำเงินส่วนเกินอันเกิดจากการขายทอดตลาดคืนให้ นายนุกูล กองทรัพย์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นสิทธิอันพึงได้ แต่กลับไปรายงานต่อผู้บริหารธนาคารฯ ว่า นายนุกูล กองทรัพย์ ยอมรับการเยียวยาเป็นจำนวนเงินที่ได้คืนจากการแถลงสำนักงานบังคับคดี จ.ตราด

ซึ่งนายนุกูล กองทรัพย์ มีความกังวลว่าคดีความดังกล่าวจะหมดอายุความในการฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีอาญาและแพ่งกับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงมีความรู้สึกว่าธนาคารฯ ไม่มีความจริงใจต่อการแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว

ว่าที่ ร.ท.พิพัฒน์ ตรีรัตน์ฤดี ยังกล่าวต่ออีกด้วยว่า นายนุกูล กองทรัพย์ ต้องการเพียงแค่ที่ดินดังกล่าวคืนมาเท่านั้น เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีค่าในด้านของจิตใจที่ตั้งใจมอบให้แก่ทายาทในอนาคต

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More