Ultimate magazine theme for WordPress.

แม่น้ำตาตก จำใจแจ้งตำรวจจับลูก เพราะทำร้ายคนในบ้าน

5,530

แม่แจ้งตร.จับลูกชาย หลังแม่แจ้งตร.จับลูกชาย จะทำตบแม่ ทำร้ายคนในบ้าน หลังมีอาการคล้ายเสพยาเสพติด แม่เผยทั้งน้ำตา สงสารลูกไม่อยากแจ้งตร.แต่ก็ต้องทำ เพื่อความปลอดภัย ค้นห้องพบปลูกกัญชา 5 ต้น

เวลา 13.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 ศูนย์แจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านภายในซอยตาแชร์ ม.1 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด มีชายอาลาวาดจะทำร้ายคนในบ้าน หลังรับแจ้งได้ส่งกำลังตำรวจสายตรวจเดินทางไปบ้านหลังดังกล่าว

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบแม่ของนายยุทธพงษ์ และญาติยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ด้านล่าง ส่วนนายยุทธพงษ์ นั่งอยู่ในห้องชั้น 2 ของตัวบ้าน เมื่อตำรวจเรียกให้นายยุทธพงษ์ เปิดประตู นายยุทธพงษ์ก็ยอมเปิดประตูแต่โดยดี เมื่อค้นห้องพบอุปกรณ์การเสพกัญชาจำนวน 2 อัน เขียง 1 อัน และกระถางปลูกต้นกัญชาอีก 5 กระถาง ที่ปลูกกัญชาไว้กระถางละ 1 ต้น โดยมีหลอดไฟให้แสงสว่างกับกัญชา 1 หลอด นอกจากนี้ยังมีดินสำหรับเอาไว้ปลูกกัญชาอยู่จำนวนหนึ่ง

เมื่อตำรวจสอบถาม นายยุทธพงษ์ ว่าเสพยาเสพติดหรือไม่ นายยุทธพงษ์บอกว่าไม่ได้เสพ และพร้อมให้ตำรวจตรวจปัสสาวะได้เลย ซึ่งเตรียมใส่ขวดไว้ให้แล้ว แต่ตำรวจไม่ได้ยอม ก่อนจะนำตัวนายยุทธพงษ์ พร้อมของกลางไปยัง สภ.เมืองตราด จากนั้นส่งปัสสาวะหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลตราด หลังตรวจแล้วไม่พบเสพยาเสพติดในร่างกาย

แม่นายยุทธพงษ์ กล่าวว่า ลูกชายเพิ่งออกจากเรือนจำเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ในข้อหาทำร้ายร่างกาย เมื่อพ้นโทษ ลูกก็ทำงานใช้ชีวิตปกติ ได้เงินเดือนมาก็แบ่งให้แม่ ซื้อของให้แม่ กระทั่งเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำ พ้นโทษออกมา ก็มาหาลูกชายแล้วก็พากันออกไปเที่ยว จนลูกเปลี่ยนไป มีอาการคล้ายกับคนเสพยา และขู่จะทำร้ายคนในบ้านหลายครั้ง จนต้องออกไปพักอาศัยบ้านญาติถึง 2 วัน

และเมื่อกลับบ้าน ลูกชายก็ขู่จะทำร้ายจะเข้ามาตบ ด้วยความกลัวว่าคนในบ้านจะไม่ปลอดภัย จำเป็นต้องโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ซึ่งความรู้สึกไม่อยากแจ้งตำรวจ เพราะสงสารลูก และเคยบอกว่าให้ลูกไปบำบัดแต่ลูก็ไม่ยอมไป

สำหรับนายยุทธพงษ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหา ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 93 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท ถ้าเป็นการกระทำเพื่อการค้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More