Ultimate magazine theme for WordPress.

เรือสปีดโบ๊ทแตกกลางทะเลตราด 7 ชีวิต ลอยคอขอความช่วยเหลือ 2 ชม.

4,165

เรือสปีดโบ๊ทแตกกลางทะเลตราด ผู้โดยสาร 7 ชีวิต ลอยคอกลางทะเล 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่,เรือประมง ช่วยเหลือรอดชีวิตปลอดภัยทั้งหมด คนขับเรือ เผยนาทีชีวิตลอยคอ เตือนสติทุกคนอย่างทิ้งยายวัย 80 ปี ส่วนผู้โดยสาร บอก เป็นเหตุการณ์ที่ต้องจดจำ เข็ดไปจนตาย

เวลา 16.00 น.วันที่ 17 มกราคม 2565 นายมานพ เหลืออ่อน ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่า เขต 6 สาขาตราด ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือหลังจากเรือสปีดโบ๊ทที่โดยสารไปท้องเรือแตก และจมลงในเวลา 16.15 น.โดยทุกคนสวมเสื้อชูชีพทั้งหมด และลอยคออยู่กลางทะเล โดยทราบพิกัดอยู่หน้าเกาะลิ่ม ที่ห่างจากฝั่ง ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราดประมาณ 2 กม.

หลังรับแจ้งขอความช่วยเหลือ นายมานพ เหลืองอ่อน ได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากชุดศูนย์รักษาทางทะเลตราด กองทัพเรือ ทหารเรือเกาะช้าง(ศรภ.เกาะช้าง)และสถานีตำรวจน้ำ 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ(แหลมงอบ ) และเรือประมงใกล้เคียงเพื่อนำเรือไปช่วยเหลือ หลังจากได้รับทราบพิกัดที่ชัดเจนแล้ว

นายมานพ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งแล้วและได้ทราบพิกัดแล้ว ได้ขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งศรชล.เกาะช้างและตำรวจน้ำ ที่นำสปีดโบ๊ทเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมประสานงานเรือประมงที่ทำประมงอยู่บริเวณนั้นให้ตรวจสอบและหากพบให้ช่วยเหลือ ซึ่งทราบว่า มีผู้เดินทางไปจำนวน 7 คน รวมนายท้ายเรือ โดยครั้งแรกรับทราบว่า ไปตกปลา

แต่ล่าสุดทราบว่า ไปทำธุระส่วนตัวและส่งอาหารให้กับญาติที่มีบ้านหน้าเกาะลิ่ม แต่เมื่อถึงบริเวณดังกล่าวมีคลื่นลมแรงและท้องเรือถูกกระแทกหลายครั้งจึงทำให้ท้องเรือแตก และผู้โดยสารทุกคนที่สวมใส่ชูชีพ แต่มีหญิงสูงอายุที่มีอายุมากคนหนึ่งกำลังหมดแรง และมีการแจ้งขอความช่วยเหลือด่วน โดยที่เหลือเป็นชายทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในเวลา 17.00 น.ปรากฏว่า เรือสปีดโบ๊ทของตำรวจน้ำและศรชล.เกาะช้าง ไม่พบเรือสปีดโบ๊ทลำดังกล่าวและได้ขับเลยไปยังบริเวณหินกองลูกช้าง แต่ก็ยังไม่พบ

และเวลา 17.20 น.มีรายงานว่า พบลูกเรือสปีดโบ๊ท 1 คนลอยคอมาอยู่หน้าหาดทรายดำ ต.แหลมงอบ จ.ตราด จึงเข้าไปช่วยเหลือ

นายนาวิน  วิรัญโท ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายท้ายเรือชื่อนายจีระศักดิ์ ทิพย์ดอและ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งของความช่วยเหลือจากนายจิระศักดิ์ ว่าท้องเรือแตกและเรือกำลังจมลง โดยผู้โดยสารทุกคนสวมใส่เสื้อชูชีพ แต่มีผู้โดยสารคนหนึ่งที่เป็นหญิงสูงอายุกำลังอ่อนแรง และเสี่ยงที่จะไม่รู้สึกตัว จึงขอความช่วยเหลือโดยด่วน ซึ่งการเดินทางที่เกาะลิ่มครั้งนี้ของคณะทุกคน เดินทางมาเพื่อนำอาหารไปให้ญาติที่มีบ้านเรือนอยู่หน้าเกาะลิ่ม หรือบ้านสลักคอก ที่เป็นชุมชนชาวประมง และมาเยี่ยมด้วย แต่ได้เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

โดยในเวลา 17.30 น.นายมานพ เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าที่ 6 สาขาตราด ได้รับแจ้งจากเรือเจ้าท่าที่ออกไปช่วยเหลือพร้อมเรือศรภ.เกาะช้าง และเรือตำรวจน้ำแหลมงอบ ที่ออกช่วยเหลือ ว่าพบผู้ประสบภัยลอยคออยู่ที่กลางทะเลหน้าหาดทรายดำ แต่สุดท้ายแล้วมาขึ้นฝั่งที่บ้านแหลมทองหลาง ต.แหลมงอบ ที่ห่างกันประมาณ 2 กม. ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือเข้าไปช่วยเหลือเป็นผู้ชายวัยสูงอายุประมาณ 60 ปี ที่มีอาการอ่อนเพลีย และนำส่งไปที่รพ.แหลมงอบ

ขณะที่ท่าเรือประมงแหลมงอบ เรือสปีดโบ๊ทของเจ้าท่าตราดนำผู้ประสบภัยทั้ง 6 คน เข้ามาเทียบท่า โดยมีพ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตราด พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี  ผกก.สภ.แหลมงอบ และหน่วยงานที่มา  ศรภ.เกาะช้าง  และกรมประมง

ซึ่งเมื่อถึงท่าเรือประมงแหลมงอบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ จ.ตราด และกู้ภัยหลักเกาะ จังหวัดตราด ได้เข้าช่วยเหลือนางลัดา วงศ์อารีย์ ก่อนหลังพบว่า มีอาการอ่อนเพลียและนอนราบมากับเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งต้องนำเปลหามขึ้นไปและส่งรพ.แหลมงอบโดยด่วน ส่วนคนอื่น ๆ มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

นายปริญญา วงศ์เดอลี อายุ 66  ปี  ผู้ประสบภัยคนหนึ่งเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ผู้ประสบเหตุคนหนึ่ง กล่าวว่า  เรือมันแตกระหว่างเดินทางเข้าฝั่ง หลังเดินทางไปเที่ยวเกาะช้าง  ที่บ้านสลักคอก และระหว่างเดินทาง ท้องเรือได้กระแทกกับท้องทะเล ทำให้พื้นเรือสปีดโบทแตก  และเรือก็จมลง ต้องลอยคออยู่ในทะเลนานกว่า 2  ชม. โดยทุกคนสวมเสื้อชูชีพเอาไว้

ส่วนพี่สาวตนเองอายุ 80  ปี ที่มีอาการตกใจและอ่อนเพลียจากการที่อยู่ในทะเลนานต้องดูแลและพยุงให้ลอยอยู่ในทะเล ซึ่งระหว่างนั้นก็พยายามโทรเรียกเรือมาช่วยนานเป็นชั่วโมงกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุได้  แต่โชคดีที่มีเรือประมงจำนวน 3  ลำ มาช่วยไว้ได้

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้  เป็นเหตุการณ์ที่ต้องจดจำ  และเข็ดไปจนตาย  ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยเดินทางไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว  วันนี้ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้ทุกคน

ทางด้านนายสมควร  จันทร์ศิริ   อายุ 62  ปี คนขับเรือสปีดโบ๊ท ได้เล่านาทีชีวิตที่เกิดในครั้งนี้ว่า   หลังจากนำผู้โดยสารทุกคนรวมทั้งหมด 7  คน  เดินทางไปทำธุระที่บ้านสลักคอกที่ ต.เกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด  โดยออกจากเกาะลิ่ม  มุ่งสู่หน้าทะเลแหลมทองหลาง  โดยปักหัวมาเลยร่องน้ำหน้าบ้านยายม่อมประมาณ 200  เมตร  ห่างจากฝั่งทะเลแหลมงอบ 2 ไมล์ทะเล  เรือได้แตกแยกออกเป็นสองส่วน  และน้ำได้ทะลักเข้าในเรือ จึงเบาเครื่องแล้วให้ทุกคนสวมเสื้อชูชีพแล้วให้ผู้โดยสารโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ

ส่วนสาเหตุที่เรือแตกครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าปกติเวลาเรือวิ่งจะหน้าลอย  แต่การขับมาครั้งนี้ปรากฏว่าหน้าเรือไม่ลอย เมื่อมาถึงบริเวณร่องน้ำ ด้านในก็เกิดเหตุขึ้น  ตนเองได้บอกผู้โดยสารทุกคนว่าเรือไปไม่ไหวขอให้ทุกคนสวมเสื้อชูชีพ และบอกยายให้เกาะหัวเรือไว้และให้ช่วยกันพยุงยายไว้

ผมเองเป็นคนทะเล ประสบเหตุการณ์แบบนี้มาบ่อยจึงไม่ตกใจเท่าไร  แต่สำหรับผู้โดยสารทุกคนน่าจะตกใจและช็อคกับเหตุการณ์ครั้งนี้มาก  อยากจะบอกว่า  ชีวิตของเราเกิดได้เพียงครั้งเดียว ซึ่งช่วงอยู่กลางทะเลก็ช่วยกันว่ายน้ำพยุงกันมาเรื่อย ๆ เพื่อเข้าหาฝั่ง และผมก็พูดอะไรไม่ค่อยถูก แต่ก็ได้ช่วยประคองทุกคนมาเรื่อย ๆ

พร้อมเตือนสติทุกคนว่า  อย่าทิ้งคุณยาย  จึงตัดสินใจเทน้ำมันออกจากถังแกลลอนทั้งหมด แล้วให้คุณยายจับแกลลอนไว้แล้วผมก็ประคองคุณยายมาตลอด  และบอกทุกคนว่าอย่าไปฝืนคลื่นให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ

ซึ่งระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงที่อยู่กลางทะเลนั้น ได้เห็นเรือของกรมประมงที่ออกมาจากแหลมทองหลาง จึงได้โบกมือให้เค้า  เค้าเห็นอะไรลอยขึ้นมา  ผมก็โบกมือเรื่อย ๆ   และเค้าก็เห็นจึงวิ่งเรือเข้ามาหา  ทุกคนดีใจมากเมื่อเห็นเรือมาช่วยโดยเฉพาะคนมุสลิมด้วยกัน และช่วยกันพยุงขึ้นเรือครบทุกคน วันนี้ทุกคนปลอดภัยแล้ว”

สำหรับ ผู้ประสบเหตุประกอบด้วย สำหรับผู้ประสบเหตุเรือล่มจำนวน 7 คน  ประกอบด้วย นายนายปริญญา วงศ์เดอลีอายุ 66  ปี  นางลัดดา  วงศ์เดอลี อายุ  80 ปี  ลุงพล (ไม่ทราบนามสกุล) นายอำนวย  ชัยรามัญ  นายใหญ่  วงศ์เดอลี (หลายชายนายปริญญา)  นายสมควร  จันทร์ศิริ  อายุ 62  ปี คนขับเรือ  และอีกคนที่ขึ้นที่แหลมทองหลาง  ไม่ทราบชื่อและนามสกุล

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More