กักตัวทั้งห้องแถว หลังเสี่ยงโควิด ญาติเผยทั้งน้ำตา หลังส่งอาหารช่วย

2,937

ชาวบ้านในซอยกลางนากักตัวหลังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด ญาติส่งข้าวส่งน้ำช่วยเหลือ  เผยทั้งน้ำตาสงสารพร้อมให้กำลังใจ ด้านผู้ใหญ่บ้าน,อสม.,กู้ภัยสว่างฯ ลงพื้นที่แนะนำวิธีป้องกัน กำชับห้ามออกจากพื้นที่เด็ดขาดในตอนนี้

หลังจากที่นายราเชนท์ ชอบรส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.วังกระแจะ พบ แรงงานกัมพูชา 1 ราย ซึ่งเป็นแรงงานก่อสร้าง ห้องเช่าในซอยกลางนา หมู่ 1 บ้านเกาะตะเคียน ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด มีอาการเจ็บป่วยคล้ายติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงนำตัวไปทำการตรวจที่โรงพยาบาลตราด ในวันที่ 6 มิถุนายน 2564 และพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสารผ่าน Line กดเพิ่มเพื่อน ได้เลย ขอบคุณครับ

ทำให้ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 และนายนุกูล กองทรัพย์ สาธารณสุขอำเภอเมืองตราด ได้ลงพื้นที่พร้อมนำแรงงานกัมพูชาในซอยกลางนา จำนวน 25 คน ที่สัมผัสใกล้ชิดไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และผลออกมาในเช้าวันนี้ (9 มิถุนายน 2564) ว่าพบผลเป็นบวกจำนวน 7 คน โดยคนหนึ่งเป็นแรงงานประมงทะเลที่ออกทะเลไปแล้ว นอกนั้น เป็นแรงงานทั่วไป

หลังจากพบการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในซอยกลางนาแล้ว นายราเชนท์ ชอบรส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 และนางสาววาสินี เพียรพร้อม รองประธาน อสม.หมู่ 1 บ้านเกาะตะเคียน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือตราด ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข อ.เมืองตราด

เข้าไปให้ความรู้และดูแลแรงงานกัมพูชาและครอบครัวไม่ให้เดินทางออกมานอกพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ไปยังชุมชนอื่นที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งซอยตาแชร์ และซอยลุงโพย ที่มีชุมชนแรงงานกัมพูชาอยู่จำนวนมาก

นายราเชนท์ กล่าวว่า แรงงานกัมพูชาที่ป่วยเป็นแรงงานก่อสร้างทั่วไป และได้เดินทางไปรับจ้างก่อสร้างใน 3 พื้นที่ คือ วัดไผ่ล้อม วัดไร่ป่าหรือวัดธรรมาภิมุข และวัดลำดวน ซึ่งใกล้ชิดกับบุคคลอีกหลายคน เพราะหลังจากกลับมาจากทำงานแล้วจะมาสังสรรค์กัน

และเมื่อทำการตรวจแรงงานกัมพูชาที่สัมผัสใกล้ชิดอีก 25 คน และพบว่าติดเชื้อ 7 คน จึงต้องทำการควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยจะมีมาตรการเข้มด้วยการตรวจหาเชื้อแรงงานกัมพูชาในซอยกลางนาทั้งหมดในเย็นวันนี้

ส่วนในพื้นที่ใกล้เคียงมีแรงงานกัมพูชา ทั้งซอยลุงโพย ซอยตาแชร์ ขึ้นอยู่กับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองตราดว่าจะดำเนินการอย่างไร? ส่วนเรื่องการล็อคดาวน์พื้นที่นั้นอาจจะส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ได้

ระหว่างนั้น นางสาวศิริพร ญาติผู้ที่ถูกกักตัว ได้นำอาหารทั้ง ไข่ไก่ ผัก บะหมี่สำเร็จรูป และผลไม้ มาให้ญาติ โดยต้องวางไว้ที่หน้าห้อง เนื่องจากเกรงว่า จะติดเชื้อ  พร้อมกล่าวด้วยน้ำตาว่า รู้สึกสงสาร เพราะไม่สามารถออกไปไหนได้

ในส่วนของแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในซอยกลางนา ที่เป็นแม่ค้าขายของที่ขับซาเล้งออกไปขายนอกพื้นที่ เปิดเผยว่า วันนี้ทางอสม.และผู้ใหญ่บ้าน ห้ามการออกเดินทางไปนอกพื้นที่ และให้ดูแลตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา แม้จะอยู่ในบ้าน และล้างมือบ่อย ๆ