เครียดใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า กำนันหนองโสน เข้าเจรจา สุดท้ายยอมให้จับ

ชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธยิงขู่ หลังเกิดความเครียด หลังลูกไม่เดินทางมาหาเหตุโควิด-19 สุดท้ายกำนัน ต.หนองโสน ใช้ความกล้าเจรจากับหนุ่มใหญ่จนโยนปืนทิ้ง และเข้าเจรจาสำเร็จก่อนเกิดเหตุสลดหลังยิงปืนไป 4 นัด

เวลา 11.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ที่บ้านหนองโพรง ต.หนองโสน อ.เมือง จ.ตราด นายสุวิทย์ กสิฤกษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า ชายอายุ 65 ปี ที่เป็นเจ้าของสวนผลไม้ คลุ้มคลั่งถืออาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 เดินอยู่ในบ้านพร้อมทำลายข้าวของหลายอย่างและนำถังเเก๊สขนาด 15 กก. ออกมา แล้วนำสายไฟฟ้ามาผูกโยงเพื่อทำการเผา แต่ยังไม่ดำเนินการใด (ชมคลิป)

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสารผ่าน Line กดเพิ่มเพื่อน ได้เลย ขอบคุณครับ

ระหว่างนั้น นายสุวิทย์ กสิฤกษ์ ได้ประสานตำรวจจากสถานีตำรวจภูธร อ.เมืองตราด เข้ามาดำเนินการจับกุม นำโดย ร.ต.อ.สมชาย ประกอบผล หัวหน้าชุดสายตรวจ นำกำลังตำรวจ 3 นาย มายังที่เกิดเหตุ และพบชายกำลังคลุ้มคลั่งนำปืนลูกโม่ออกมาเล็ง

และเมื่อเห็นตำรวจ กู้ภัยสว่างหลายคนและนักข่าว จึงยิงปืนขึ้นฟ้าไป 3 นัด และยังเล็งมาทางกลุ่มตำรวจ กู้ภัย และนักข่าว พร้อมยิงแต่กระสุนด้าน ทำให้ทุกคนต้องวิ่งหลบหนีเข้าหารถยนต์เพื่อเอาตัวรอด หลายคนสะดุดล้ม และรองเท้าหลุด โดยเฉพาะตำรวจสายตรวจที่วิ่งหลบกระสุนด้วย

ต่อมา นายสมหมาย แว่นมณี อาสาสมัครกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ (กู้ภัย 18) ที่เข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุ แต่วิ่งหนีไม่ทันถูกชายรายนี้ใช้อาวุธปืนจี้ที่ท้อง และถูกถามว่าเป็นใคร? จึงได้ตอบไปว่าเป็นกู้ภัยจะมาช่วยเหลือ นายโกศลจึงให้นายสมหมายใช้โทรโข่งประกาศแจ้งให้ชาวบ้านได้รับรู้ถึงเหตุที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ผ่านไปกว่า 30 นาที ตำรวจสายตรวจและผู้ใหญ่บ้านยังไม่สามารถเจรจาให้เกิดข้อยุติได้ อีกทั้งนายโกศล ยังคงเดินไปมา ใช้อาวุธปืนเล็งไปยังกลุ่มคนและเดินเข้าไปในบ้าน พร้อมบรรจุกระสุนในปืนอีก จากนั้นได้หลบเข้าไปในบ้านและยิงปืนขึ้นมาอีก 1 นัด

กระทั่ง ในเวลา 12.30 น. นายอนุรักษ์ เอกสินชล กำนันตำบลหนองโสน เดินทางเข้ามายังที่เกิดเหตุ ได้หารือกับผู้ใหญ่บ้านและตำรวจสายตรวจ ซึ่งเป็นจังหวะที่ชายรายนี้ เดินมาหน้าบ้าน และประกาศว่าห้ามใครเข้ามาในบริเวณบ้าน พร้อมใช้มีดดาบยาวกว่า 3 ฟุต วางไว้ข้างตัวและยังถือปืนอยู่ในมือ

ในที่สุด นายอนุรักษ์ ที่พกปืนขนาด 9 มม. และยังเป็นกำนันนักแม่นปืนของจังหวัดตราด ได้ตัดสินใจนำปืนพกออกจากซองปืนที่เอว แล้วพกไว้ที่ด้านหลัง พร้อมเดินเข้าไปหาชายรายนี้พร้อมยกมือบอกว่าไม่มีปืน และเข้าเจรจา แต่นายโกศลยังไม่ไว้วางใจ ยังวางปืนบ้าง ถือปืนบ้างสลับกันไป

สุดท้ายได้ส่งกระดาษที่เขียนให้อ่าน พร้อมบอกให้ญาติมาเจรจาเรื่องที่ดินที่ขัดเเย้งกัน ท่ามกลางตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และนักข่าว ที่จับตามองอย่างใกล้ชิด เผื่ออาจจะเกิดการยิงกันเกิดขึ้น

สุดท้าย ชายรายนี้ โยนปืนทิ้งออกมาหน้าบ้าน พร้อมเดินไปพร้อมกับนายอนุรักษ์ ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน จากนั้นชายรายนี้ เดินเข้าไปบ้าน แต่ยังถือมีดดาบอยู่ นายอนุรักษ์ ก็ยังพยายามเจรจาต่อเนื่อง ก่อนที่ชายรายนี้จะไปนั่งที่เจดีย์ แล้วนำมีดดาบไปวางไว้และยอมให้จับโดยดี

แต่ขณะที่ตำรวจเข้าจับตัว ชายรายนี้ก็ยังต่อสู้และขัดขืนการจับกุม แต่สุดท้ายก็จับกุมตัวได้สำเร็จ แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกัดที่แขนและถูกถีบจนบาดเจ็บ เมื่อตำรวจตรวจสอบบริเวณตัวบ้าน ยังพบถังแก๊สอีกจำนวน 4 ถัง ที่ชายรายนี้ต่อสายไฟและราดน้ำมันเอาไว้พร้อมที่จะจุดระเบิดบ้าน

หลังเกิดเหตุ นายสมหมาย กล่าวว่า ที่ต้องเข้าไปในที่เกิดเหตุเพราะต้องการเข้าไปเจรจาให้ได้ข้อยุติ แต่เมื่อถูกนายโกศล นำปืนมาจี้จึงได้บอกไปว่าจะมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งช่วงที่ถูกปืนจี้ที่ท้องรู้สึกตกใจเช่นกัน

ขณะที่นายอนุรักษ์ กล่าวว่า ที่ตัดสินใจเข้าไปเจรจานั้น ได้เตรียมข้อมูลและเตรียมปืนเอาไว้หากเกิดการต่อสู้ ซึ่งก็เกรงว่า หากยิงเข้ามาก็อาจจะได้รับอันตรายเพราะระยะมันใกล้ แต่ก็พร้อมป้องกันตัวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อชายรายนี้ บอกถึงปัญหาที่มีคือ เรื่องลูกที่เลี้ยงแล้วไม่ได้ดั่งใจและเรื่องที่ดินที่ขัดแย้งกันระหว่างพี่น้อง และหาทางออกไม่ได้จึงเครียดและไม่มีใครรับรู้ แต่เมื่อรับฟังและให้กำลังใจ ทำให้นายโกศล  ยอมโยนปืนทิ้งและให้จับกุมไปดำเนินคดี

และถูกแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต,ยิงปืนในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร,พาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะหรือ หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร